ปัญหาหลักของการออกแบบสมุดโน๊ต Low & No Content Book และผลิตงาน POD ขายที่ Amazon.com หรือ RedBubble, Amazon Merch และ Zazzle นั่นก็คือ จะหาฟอนต์และกราฟฟิกฟรีสวย ๆ ได้ที่ใหนโดยที่ไม่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาในเนื้องาน เนื่องจากถ้าชิ้นงานของเราไม่สวยสะดุดตา ปกหนังสือใช้ฟอนต์และกราฟฟิกไม่สะกดใจผู้ซื้อ ก็คงทำให้ยอดขายที่เราตั้งใจไว้อาจเป็นแค่ความฝัน
ผู้เขียนเคยดาวน์โหลดฟอนต์และกราฟิกฟรี จากหลายเว็ปไซต์เพื่อใช้ประกอบในชิ้นงาน Low & No Content Book มาก่อน แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเนื่องจากหลายแห่งให้ดาวโหลดฟรีแต่จำเป็นต้องให้เครดิตรูปภาพ และมีข้อจำกัดการใช้งานยิบย่อยในการใช้งาน ทำให้หลายครั้งผลิตชิ้นงานออกมาไม่ราบรื่นและเป็นกังวลในเรื่องลิขสิทธิ์การใช้งาน และแล้ววันหนึ่งปัญหานี้ก็หมดไป เมื่อเพื่อนผู้เขียนที่ทำงานกราฟิกดีไซน์และทำสมุดโน๊ต Low & No Content book ขายที่ Amazon ได้แนะนำเว็บไซต์ที่มีประโยชน์มากๆ ว่าเราสามารถที่จะให้ดาวน์โหลดฟอนต์รูปแบบสวย ๆ และภาพกราฟิกมาใช้ได้ฟรี รวมถึงไฟล์รูปแบบ SVGs อีกด้วย จะซื้อราคาก็ดี จะโหลดฟรีก็มีให้ ที่สำคัญไม่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของภาพอีกด้วย (Attribution required)
Creative Fabrica คืออะไร?
Creative Fabrica คือเว็บไซต์ที่รวมฟอนต์และกราฟิกสวยๆ จากนักออกแบบชั้นนำทั่วโลก มีฟอนต์ลวดลายเก๋ๆ มากกว่า 28,000 รูปแบบ และกราฟิกที่สวยสะดุดตากว่า 900,000 ไฟล์ ภายใต้เงื่อนไขที่เราสามารถใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ (Commercial usage allowed) และไม่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา (Attribution is required) ในหมวดหมู่ Freebies
ทำไมต้องดาวน์โหลดฟอนต์และกราฟิกฟรีที่ Creative Fabrica
เหตุผลที่สำคัญก็คือคุณสามารถใช้ชิ้นงานฟรีเหล่านี้โดยไม่ต้องระบุแหล่งที่มา (Attribution required) และไม่จำกัดจำนวนชิ้นงานการใช้งาน และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่ออกแบบ POD หรือ ทำ สมุดโน๊ต Low & No Content Book ขายที่ Amazon Creative Fabrica ไม่มีข้อจำกัดจำนวนหนังสือหรือชิ้นงานที่คุณทำขายได้ (บระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก) ไม่เหมือนบางเว็บไซต์ที่จำกัดจำนวนชิ้นงานที่คุณผลิตขาย
ดาวน์โหลดฟอนต์ฟรีต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนแรกให้ผู้อ่านไปที่เว็บไซต์ www.creativefabrica.com จากนั้นคลิ๊กที่เมนู Sign Up มุมขวาบนของหน้าจอเพื่อสมัครสมาชิก (หรือคลิ๊กที่นี่) โดยใช้บัญชี Facebook หรืออีเมล หลังจากสมัครสมาชิกแล้วให้ผู้อ่านคลิ๊กลิ๊งค์เมนู Freebies (หรือคลิ๊กที่นี่) เพื่อไปหน้ารวมดาวน์โหลดฟอนต์และกราฟิกฟรีดังรูปด่านล่าง
ในส่วนของหน้า Free Fonts จะแสดงฟอนต์ที่เราสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี และยังมีฟอนต์ใหม่ ๆ เพิ่มทุกอาทิตย์
เมื่อผู้อ่านต้องการดาวน์โหลดฟอนต์ฟรี ให้คลิ๊กที่รูปภาพตัวอย่างของฟอนต์นั้น หลังจากนั้นจะแสดงหน้าดาวน์โหลดฟอนต์ฟรีดังภาพด้านล่างนี้
ให้ผู้อ่านสังเกตุลูกศรสีแดงข้างล่างปุ่ม Download จะมีข้อความว่า Commercial usage allowed. (อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์)
ดาวน์โหลดกราฟิกฟรีต้องทำอย่างไร?
ให้ผู้อ่านทำตามขั้นตอนเหมือนดาวน์โหลดฟอนต์ฟรี แต่ให้เลือกเมนูคำว่า Free Graphics (หรือคลิ๊กที่นี่)
เมื่อผู้อ่านต้องการดาวน์โหลดกราฟิกฟรี ให้คลิ๊กที่รูปภาพตัวอย่างของกราฟิกฟรีนั้นๆ หลังจากนั้นจะแสดงหน้าดาวน์โหลดกราฟิกฟรีดังภาพด้านล่างนี้
ให้ผู้อ่านสังเกตุลูกศรสีแดงข้างล่างปุ่ม Download จะมีข้อความว่า Commercial usage allowed. (อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์)
คลิ๊กที่นี่ดาวน์โหลดกราฟฟิกฟรี
ดาวน์โหลด SVG ฟรี ต้องทำอย่างไร
ให้ผู้อ่านทำตามขั้นตอนเหมือนดาวน์โหลดฟอนต์ฟรีและกราฟิกฟรี แต่ให้เลือกเมนูคำว่า Free SVGs (หรือคลิ๊กที่นี่)
เมื่อผู้อ่านต้องการดาวน์โหลด SVG ฟรี ให้คลิ๊กที่รูปภาพตัวอย่างของ SVGฟรี นั้นๆ หลังจากนั้นจะแสดงหน้าดาวน์โหลด SVG ฟรีดังภาพด้านล่างนี้
ให้ผู้อ่านสังเกตุลูกศรสีแดงข้างล่างปุ่ม Download จะมีข้อความว่า Commercial usage allowed. (อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์)
ความหมายของ Commercial usage allowed ของ Creativefabrica
ทีมงานได้เขียนอีเมลสอบถามไปที่ Support ของเว็บไซต์และได้คำตอบขอบเขตของการใช้งานไฟล์ที่ดาวน์โหลฟรีดังข้อมูลด่านล่างนี้
นั่นหมายความว่า ไฟล์ฟอนต์ กราฟิกและ SVGs (All Freebies, Free Fonts, Free SVGs, Free Graphics, Free Embroidery) สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีภายใต้ใบอนุญาตเดียวกันกับแพ็กเกจ Single Sales License (ซื้อไฟล์ตามที่ลูกค้าต้องการ คลิ๊กอ่านเพิ่มเติม) แต่มีข้อกำหนดว่าไฟล์กราฟิกและ SVGs ในชิ้นงานที่คุณทำเสร็จจะต้องแก้ไขและแตกต่างจากไฟล์ต้นฉบับไม่เหมือนชิ้นงานดั้งเดิมดังภาพประกอบด่านล่างนี้

รูปซ้าย – การใช้งานที่ผิดลิขสิทธ์
ไม่สามารถใช้งานโดยการคัดลอกไฟล์แล้ววางบนชิ้นงานโดยที่ไม่มีการแก้ไขหรือปรับแต่ง
รูปขวา – การใช้งานที่ถูกต้อง
ปรับแต่งชิ้นงานให้แตกต่างจากต้นฉบับ จัดเรียงรูปภาพใหม่เพิ่มข้อมูลหรือรูปภาพเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ชิ้นงานที่ของเราก็สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง
แล้วถ้าอยากใช้งานโดยที่ไม่ต้องแก้ไขให้แตกต่างจากต้นฉบับจะทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือ “ได้” โดยผู้อ่านสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจและใบอนุญาตการใช้งานดังต่อไปนี้
แพ็กเกจ Subscription License (เหมาจ่ายรายเดือน/ปี)
(เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องผลิตชิ้นงานอยู่เสมอ)
ผู้อ่านที่ซื้อแพ็กเกจใช้งานแบบ Subscription License (เหมาจ่ายรายเดือน/ปี) สามารถดาวน์โหลดไฟล์ FONTS + CRAFTS + GRAPHICS + EMBROIDERY ได้ไม่จำกัดจำนวนในระหว่างที่เรายังคงต่ออายุแพ็กเกจ (Subscription License) โดยมีค่าใช้จ่ายแค่เดือนละ $29/เดือน (900 กว่าบาท) แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับผู้ผลิตชิ้นงาน POD (Print on Demand) รวมถึงผู้ที่ทำสมุดโน๊ต Low & No Content Book ที่จำเป็นต้องใช้งานบ่อย ๆ ผู้เขียนก็ใช้แพ็กเกจนี้เนื่องจากต้องออกแบบปก และทำสมุดโน๊ต Low & No Content Book ทุกวันให้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้สะดวกเลือกดาวน์โหลดไฟล์ได้ไม่จำกัดจำนวน
ข้อดีข้อเสียของ แพ็กเกจ Subscription License (เหมาจ่ายรายเดือน/ปี)
ข้อดี
- อนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์
- ไม่จำกัดจำนวนการเข้าถึงไฟล์
- สามาถใช้ในงานประเภทสิ่งพิมพ์และวีดีโอ
- ไม่จำกัดการเข้าถึงไฟล์งานประเภท POD Print on Demand
- ได้ใบอนุญาตการใช้งาน Full Print on Demain (POD – สำคัญมาก)
ข้อเสีย
- ต้องต่ออายุแพ็กเกจทุกปี
- ถ้าหากไม่ต่ออายุแพ็กเกจ ชิ้นงานที่เราใช้ภาพกร๊าฟฟิคโดยไม่แก้ไขจะผิดลิขสิทธ์ทันที
จะเป็นยังไงเมื่อผู้อ่านใช้งานไฟล์กราฟฟิกและได้ใบอนุญาตการใช้งาน Full Print on Demain (POD) Usage ในชิ้นงาน POD หรือหนังสือของคุณที่ Amazon KDP แต่คุณไม่ต้องการต่ออายุการใช้งาน สิ่งแรกที่ผู้เขียนแนะนำคือ ให้แก้ไขดัดแปลงชิ้นงานนั้นให้ต่างจากไฟล์ต้นฉบับ เพียงเท่านี้ข้อตกลงการใช้งานก็จะไปเหมือนกับในส่วนใบอนุญาต Basic Print on Demain (POD) Usage แต่ถ้าหากไม่ต้องการแก้ไขหรือดัดแปลง คุณแค่เพียงต่ออายุแพ็กเกจ Subscription License คุณก็ใช้ไฟล์ชิ้นงานเหล่านั้นได้เหมือนเดิม แต่ถ้าไม่อยากต่ออายุใบอนุญาตการใช้งานและไม่อยากแก้ไขไฟล์เนื่องจากมีชิ้นงานเป็นพัน ๆ เล่ม ผู้อ่านก็ต้องเลือกเอาว่าหนังสือหรือชิ้นงาน POD ของเรานั้นมันคุ้มที่จะขายต่อหรือไม่
แพ็กเกจ Single Sales License
(เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเลือกซื้อชิ้นงานบางชิ้นตามความต้องการ)
ถ้าผู้อ่านเป็นผู้ที่ไม่ได้ออกแบบสมุดโน๊ต Low & No Content Book หรือ POD อยู่เสมอ แพ็กเกจ Single Sales License ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน เพราะผู้อ่านสามารถเลือกซื้อเฉพาะไฟล์งานที่ต้องการแต่ภาพกร๊าฟฟิคต้องทำการดัดแปลงไม่ให้คล้ายต้นฉบับก่อนจะวางขาย
กล่าวคือ แพ็กเกจ Single Sales License จัดอยู่ในกลุ่มใบอนุญาตการใช้งานแบบ Basic Print on Demand (POD) Usage
ตัวอย่างการใช้งานของใบอนุญาต Basic Print on Demand (POD)
รูปซ้าย – การใช้งานที่ผิดลิขสิทธ์
ไม่สามารถใช้งานบนชิ้นงานขายด้วยการคัดลอกไฟล์แล้ววางบนชิ้นงานโดยที่ไม่มีการแก้ไขหรือปรับแต่ง
รูปขวา – การใช้งานที่ถูกต้อง
ปรับแต่งชิ้นงานให้แตกต่างจากต้นฉบับ จัดเรียงรูปภาพใหม่เพิ่มข้อมูลหรือรูปภาพเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ชิ้นงานที่ของเราก็สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง
แพ็กเกจ Print on Demand (POD)
สำหรับผู้ที่ทำสมุดโน๊ต Low & No Content Book รวมถึงผลิตงานเพื่อขายที่ RedBubble, Amazon Merch, Zazzle, etc และไม่สะดวกหรือชำนาญในการแก้ไขไฟล์ต้นฉบับ ผู้อ่านแนะนำให้ซื้อแพ็กเกจนี้ โดยคลิ๊กที่เมนู POD (หรือคลิ๊กที่นี่) ดังรูปด้านล่างนี้
ตัวอย่างไฟล์ แพ็กเกจ Print on Demand (POD)
แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการใช้ไฟล์ในชิ้นงานโดยที่ไม่ต้องแก้ไขใด ๆ นับว่าเป็นใบอนุญาตที่ออกแบบมาให้กับผู้ใช้ที่ไม่ถนัดในด้านการออกแบบและที่สำคัญเหมาะสำหรับผู้ที่ออกแบบสมุด Low & No Content Book ที่ต้องการหน้าปกสวยๆ หรือทำสมุดระบายสี (coloring book) แพ็กเกจ Print on Demand (POD) คงจะตอบโจทย์การใช้งานไม่มากก็น้อย
แพ็กเกจ Print on Demand (POD) ด้านบนจัดอยู่ในกลุ่มใบอนุญาตการใช้งานแบบ Full Print on Demand (POD) Usage
“Full Print on Demand (POD) Licenses give you the rights to use digital assets and create designs that you sell on POD sites. With the Full POD license, you don’t need to make any modifications to the designs, meaning you can sell as is.”
สรุปแพ็กเกจใหนที่เหมาะกับเรา?
ถ้าผู้อ่านจะเข้าสู่ธุรกิจออกแบบสมุดโน๊ต Low & No Content Book หรือทำสมุดระบายสี (Colouring Book) ขายที่ Amazon KDP หรือผลิตชิ้นงาน POD เช่นแก้วกาแฟหรือลวดลายสวยๆ บนเสื้อเชิ๊ตขายที่ RedBubble, Amazon Merch, Zazzle แต่ไม่ถนัดในการแก้ไขหรือดัดแปลงไฟล์ต้นฉบับให้แตกต่างจากเดิม ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อ แพ็กเกจ Subscription License (เหมารวมจ่ายรายเดือนรายปี เพราะจะได้ใบอนุญาต Full Print on Demand ) หรือไฟล์ชิ้นงานบางไฟล์ตามความต้องการที่อยู่ในหมวดหมู่ (POD) Print On Demand
แต่ถ้าหากผู้อ่านมีความถนัดในการแก้ไขไฟล์งานให้แตกต่างจากต้นฉบับ หรือนานๆ ครั้งทำสมุดโน๊ต Low & No Content Book ขายที่ Amazon KDP ผู้เขียนแนะนำให้ใช้บริการดาวน์โหลดฟอนต์และกรฟฟิกฟรี หรือ แพ็กเกจ Single Sales License ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว
ทีมงาน KDPHERO หวังว่าบทความนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากสร้างรายได้จาก การทำสมุดโน๊ต Low & No Content Book สมุดระบายสี (Coloring Book) และชิ้นงาน POD ไม่มากก็น้อย ถ้าหามีข้อแนะนำเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยสามารถติดตามทีมงานได้ที่แฟนเพจ KDPHERO
เชิญกดไลค์กดแชร์เพื่อรับแฟนเพจ KDPHERO เพื่อรับข่าวสารและฟรีเนื้อในสมุดโน๊ต Low & No Content Book ทุก 7-15 วันฟรี





























